วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 27, 2560

การ ‘kowtow’ ต่ออำนาจเผด็จการ





เป็นเรื่องอีกละ มาตรา ๔๔ อำนาจ ‘สมเสร็จ’ เผด็จการสร้างสรรค์ ครานี้ทำให้มหาวิทยาลัยมหิดลกลายเป็นขนหน้าแข้ง คสช. ไปในพลัน

เรื่องมันโยงใยมายืดยาว ถ้าจะเอาตามที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลระบุไว้ ก็ได้แก่

“คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่ง 4/2560 เรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 105/2557 คำสั่ง 5/2560 เรื่องมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย คำสั่ง 6/2560 เรื่องการแต่งตั้งนายกเมืองพัทยา คำสั่ง 7/2560 เรื่องการปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ คำสั่ง 8/2560 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น คำสั่ง 9/2560 เรื่องการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ คำสั่ง 10/2560 เรื่องการปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย คำสั่ง 11/2560 เรื่องการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ และคำสั่ง 12/2560 เรื่องการกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตําแหน่ง”

โดยเฉพาะคำสั่งที่ ๕ และ ๑๒ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับกรณีวัดพระธรรมกาย อันเป็นข่าวอื้อฉาวส่งกลิ่นเน่าไปทั่วโลก ว่ารัฐบาลทหารประเทศไตแลนเดียรังแกศาสนสำนักและประชาชน




มาตรา ๕ เป็นคำสั่งให้ใช้กำลังเข้าค้นหาพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมีการปิดล้อมห้ามคนเข้า พระ-เณรภายในขาดแคลนอาหาร จนต้องขึ้นป้ายบนเสาสูงร้องเรียนต่อชาวโลกว่า “เราต้องการอาหาร”

ส่วนมาตรา ๑๒ เป็นการ ‘สั่งเด้ง’ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติไปเข้ากรุประจำสำนักนายกฯ เพียงเพราะเขาให้ความเห็นว่าพระธัมมชโยไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาที่ตำรวจและดีเอสไอต้องการจับกุมตัวไปดำเนินคดี

เสร็จแล้ว คสช. ตั้ง “ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ” ไปทำหน้าที่แทน จนเป็นที่วิพากษ์กันว่า คสช. ใช้สติปัญญาพินิจพิเคราะห์เลิศล้ำ ถ้าจะให้ดีมีสมดุล น่าจะย้าย ผอ. สำนักพุทธไปประจำที่ดีเอสไอสลับกัน

(สำหรับตัวอย่างข้ออ้างเรื่องกลิ่นเน่าของรัฐไทย ล่าสุดที่เห็นเป็นข่าวของอัลจาซีร่า “Dhammakaya temple and Thailand's saffron resistance.” http://www.aljazeera.com/…/dhammakaya-temple-thailand-saffr… โพสต์แนะนำโดยนักข่าวชาวเยอรมัน ‘Wolfgang Staible’ ว่า “Kriegsrecht verhängt - Buddhistischen Tempel vom Militär umstellt. -jws-” พากษ์ไทย “กฎอัยการศึก - พุทธสถานห้อมล้อมโดยกองทัพ. – jws-”)

ความร้ายแรงของ ม.๔๔ ทำให้มีประชาชนคนหนึ่งพลีชีพเพื่อต่อต้านการใช้อำนาจสมเสร็จของ คสช. ดังกล่าว ตามหลักฐานใหม่ที่ดีเอสไอไม่สน แต่แหล่งข่าวสื่อสังคมค้นพบว่า

“คือลุงแกเครียดค่ะ แกไม่เอา ม.๔๔ แกเข้าบ้านไม่ได้ ติดต่อครอบครัวไม่ได้ คนอยู่รอบวัดเดือดร้อน พี่สาวที่อยู่ใกล้วัดติดต่อสามีไม่ได้เพราะไม่ให้เข้าหมู่บ้าน ทหารล้อม คนขายของเค้าขายของไม่ได้ เค้าเครียดกัน ลุงแกเลยทำแบบนี้เพื่อให้คสช.ยกเลิกคำสั่ง ม.๔๔ คนก็มาโยงกับธรรมกาย คนละเรื่องนะ”

(http://www.thethainews.net/2017/02/44_25.html)

ซึ่งสถาบันสิทธิฯ มหิดล ก็ทำถูกต้องแล้วที่ออกแถลงการณ์กลางดึก (๕ ทุ่มคืนวันที่ ๒๕ กุมภา) “ขอเรียกร้องให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๕๖๐”

(http://www.matichon.co.th/news/476822)

แต่การยืนหยัดต้านอำนาจเผด็จการที่ล่วงล้ำสิทธิมนุษยชนขององค์กรสิทธิมนุษยชนในสังกัด ม.มหิดล ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของผู้บริหารมหาวิทยาลัย อย่างนายแพทย์เกษม วัฒนชัย นายกสภามหาวิทยาลัย และนายแพทย์อุดม คชินทร อธิการบดี

จึงได้มีแถลงการณ์อีกฉบับในนามมหาวิทยาลัยตามออกมา ยืนหยัดจุดก้งโค้ง ‘kowtow’ ต่ออำนาจเผด็จการ อ้างว่าการคัดค้านมาตรา ๔๔ เป็น

“ทางที่เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย” พร้อมทั้งคำรามคาดโทษด้วยว่า “ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาทางวินัยต่อไป”





ซึ่ง Thanapol Eawsakul “สรุปเป็นความโง่ กร่าง และเชลียร์คณะรัฐประหารเกินเหตุของผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล” และ Pavin Chachavalpongpun แค่บอกว่า “โอ๊ย สถาบันการศึกษาต่ำตม”

ส่วน Korrakot Kanthamang มีคำถาม “แล้วมหิดลกลัวอะไรครับ สมัยออกมาเป่านกหวีดสร้างความปั่นป่วนเต็มถนนคนอื่นไม่เห็นด้วยก็ยังเอาชื่อมหาวิทยาลัยมาแอบอ้าง”

ครานั้นเมื่อพฤศจิกา ๕๖ “กลุ่มนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่า รวมถึงคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวนมากได้รวมตัวกันเพื่อแสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

โดยได้มีการเคลื่อนขบวนเดินเท้ามาตามถนนพระรามที่ ๖ พร้อมเป่านกหวีด ชูป้าย และส่งเสียงตะโกน” แถมยังพากันไปขึ้นเวที คปท. ที่แยกอุรุพงษ์ด้วย

(http://www.innnews.co.th/show/492762/%A9)





นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่การ “แอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัย” (เพราะใช้กันตรงๆ เลย) และเป็นการแสดงออกด้วย “เสรีภาพทางวิชาการ” (เพราะไม่ได้มีแถลงการณ์ตามมาว่าจะพิจารณาทางวินัย)

หากพิจารณาความชั่วช้าและชั่วร้ายของ กม.นิรโทษกรรม กับ กม.ให้อำนาจเบ็ดเสร็จพวกยึดอำนาจ แล้วอาจจะพอๆ กัน แม้กรณีหลังจะทำความเดือดร้อนให้แก่ประชากรมากกว่า แต่ไฉนมหาวิทยาลัยมหิดลกลับยกย่องอย่างหลัง

หากเป็นเพราะความเกรงกลัวต่ออำนาจ คสช. ก็สามารถทำได้ด้วยการคลานเข้าไปกราบขอโทษเป็นการภายใน ไม่ควรที่จะมาออกแถลงการณ์ประจานตัวเอง

ที่ทั้งแสดงว่า ‘หงอ’ ไม่พอ หากชี้ชัดว่าทำตัวดุจสมุนรับใช้เจ้านายอีกด้วย

ชาวพุทธบังคลาเทศ...เนปาล นั่งสมาธิ..สวดมนต์ เตือนสติรัฐไทยยุติ ม.44 (ขออนุโมทนากับชาวพุทธชาวบังคลาเทศ และ เนปาล ด้วยครับ)




พุทธศาสนิกชนชาวบังคลาเทศ1


ชาวพุทธบังคลาเทศ...เนปาล นั่งสมาธิ..สวดมนต์ เตือนสติรัฐไทยยุติม.44

ชาวพุทธในประเทศบังคลาเทศ และเนปาล สวดมนต์ นั่งสมาธิเตือนสติรัฐไทยยุติม.44 กับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย http://winne.ws/n13559

โดย ฺB-Uro
ที่มา เวป Win News
26 ก.พ. 2560

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้แชร์ภาพชุดพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่าธรรมทายาทแห่งบังกลาเทศ ซึ่งมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1 ปี ของการก่อตั้งสมาคมฯ โดยมารวมกันเพื่อร่วมประกอบพิธีจุดโคมประทีป สวดมนต์นั่งสมาธิ อวยพรให้วัดพระธรรมกาย อีกทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการใช้กฎหมายมาตรา 44 กับวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย ที่วัดสันติปูร์อรัญกุฏิ เมืองปันชารี บังกลาเทศ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา




พุทธศาสนิกชนชาวบังคลาเทศ2




พุทธศาสนิกชนชาวบังคลาเทศ3


และในขณะเดียวกันของวันนี้...เฟสบุคพระสนิทวงศ์ได้ลงภาพ พระภิกษุ แม่ชี พุทธศาสนิกชนชาวเนปาล ได้ร่วมกันสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร วิงวอนให้ยุติการทำลายวัดพระธรรมกาย และยุติการใช้ ม.44 ยุติความรุนแรงกับพระ และสาธุชนในวัดพระธรรมกายอีกด้วย




พุทธศาสนิกชนชาวเนปาล1


สำหรับเรื่องนี้นับว่ามีแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกจากมาตรการที่รัฐบาลทหาร(คสช.) ออกคำสั่งมาตรา44 บังคับใช้กับวัดพระธรรมกายในการเข้าตรวจค้น และทำการอายัติอุปกรณ์ และสถานที่ภายในวัดหลายรายการ โดยไม่สนใจกับภาพลักษณ์ของประเทศ ความเป็นเมืองพุทธของไทยอย่างสิ้นเชิง...

#ทีมงานวินนิวส์




พุทธศาสนิกชนชาวเนปาล2




พุทธศาสนิกชนชาวเนปาล3



.....

สาธุๆชาวพุทธนานาชาติไม่ทิ้งไทย

ความเห็นหนึ่งในโพสต์



มีการทักท้วงว่าพระที่ธรรมกายใช้ผ้าปิดปาก แต่รถทหารทำไมปิดทะเบียนรถ + 10 วัน รัฐใช้เงินไป 50 ล้านบาทในการดำเนินการล้อมธรรมกาย การปิดทางเข้าออกรอบวัดพระธรรมกาย ทำชาวบ้านคลองสาม เดือดร้อนหนัก





ooo




https://www.facebook.com/KALALAND321/videos/975651702565612/


วัฒนา เมืองสุข ยืนยันว่าสิทธิและเสรีภาพจะได้มาจากการต่อสู้เท่านั้น เผด็จการไม่เคยเมตตาหยิบยื่นให้ทั้งที่เป็นของประชาชนมาแต่แรก ถูกเชิญไปกองทัพภาคที่ 1 27 กุมภาพันธ์





"ผมถูกเชิญไปกองทัพภาคที่ 1"

คุณอนวัช ธนเจริญรัฐ หรือคุณสมพงษ์ โตเฉย ได้สละชีวิตเพื่อประท้วงการใช้อำนาจเผด็จการตามมาตรา 44 กรณีวัดพระธรรมกาย ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยและได้แสดงความเห็นคัดค้านมาตั้งแต่ต้นเพราะเชื่อว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงในที่สุด สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการเห็นก็เกิดขึ้น ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต หวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว

วานนี้ผมได้รับการติดต่อจากผู้บังคับกองพันท่านหนึ่งของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ แจ้งว่าผู้บังคับบัญชาอยากพบผมเพื่อขอข้อมูลบางประการ ขอเชิญผมไปพบในวันเวลาที่ผมสะดวก ผมเห็นว่าเป็นการเชิญมาอย่างสุภาพจึงตอบรับจะไปที่กองทัพภาคที่ 1 ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. หลายคนเมื่อทราบข่าวได้แสดงความเป็นห่วง บางคนคาดเดาว่าคงเป็นเพราะผมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ขอให้ผมนำยาที่ต้องกินประจำติดตัวไปด้วยเผื่อต้องอยู่ยาว ผมตอบไปว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น คสช. หรือใครก็ไม่มีอำนาจมาควบคุมตัวผม การขอข้อมูลคงไม่ต้องใช้เวลานานนัก เสร็จเมื่อไรผมจะขอกลับเพราะยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก แล้วจะเล่าให้ทุกท่านฟังครับ

ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี คดีที่ผมถูก คสช. ส่งทหารมาอุ้มไปควบคุมตัวและนำไปฟ้องศาลเพราะการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่าเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ นั้น บัดนี้คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ผมขอขอบคุณคุณนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยและทีมงานที่ช่วยเป็นทนาย พร้อมทั้งเพื่อนๆ อีกหลายท่านที่ไปเป็นพยานให้ สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสิทธิและเสรีภาพจะได้มาจากการต่อสู้เท่านั้น เผด็จการไม่เคยเมตตาหยิบยื่นให้ทั้งที่เป็นของประชาชนมาแต่แรก

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
26 กุมภาพันธ์ 2560



Watana Muangsook

ooo





นัก กม.วิพากษ์ ม.44 ทำลายระบบยุติธรรม 'ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้' ระบุคนไทยได้ ม.44 เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง




https://www.youtube.com/watch?v=WeZJRQNR2ww

นัก กม.วิพากษ์ ม.44 ทำลายระบบยุติธรรม

SHTV

Published on Feb 26, 2017

VoiceNews - VoiceTV21 @Voice_TV

...

คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาทางวิชาการ "มาตรา 44 อำนาจที่ศาลไม่อาจตรวจสอบ" โดยวิทยากรซึ่งเป็นนักกฎหมาย ร่วมอภิปรายปัญหา ชี้มาตรา 44 กำลังปิดกั้นการตรวจสอบความชอบโดยกฎหมาย ทำให้ระบบยุติธรรมเข้าสู่ความล่มสลายจนขาดควมน่าเชื่อถือ และองค์กรตุลาการกำลังถอยหลังไปสู่ระดับเดียวกับประเทศด้อยพัฒนา

ในงานเสวนา ได้หยิบยกกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2559 เรื่องยกเว้นการบังคับใช้ผังเมือง เป็นกรณีศึกษาปัญหาจากการใช้บังคับมาตรา 44

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จันทจิรา เอี่ยมมยุรา จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ตามหลักการของประเทศที่เป็นนิติรัฐและประชาธิปไตย การพัฒนาประเทศต้องถูกกำกับด้วยกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม แต่ในกรณีประเทศไทย เมื่อมีการนำมาตรา 44 มาใช้ อำนาจการตรวจสอบจึงไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างที่ควรเป็น

รองศาสตราจารย์สมชาย ปรีชาศิลปะกุล จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ในปัจจุบัน บทบาทของศาลในประเทศไทย กำลังถอยหลังกลับเข้าสู่ระดับเดียวกับประเทศด้อยพัฒนา จากการมีส่วนเข้าแทรกแซงทางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อมีการยึดอำนาจและการใช้มาตรา 44 ก็ยิ่งทำให้องค์กรตุลาการเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายผู้มีอำนาจ

ส่วนนายสุรชัย ตรงงาม ทนายความมูลนิธินิติธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ระบุว่าการใช้มาตรา 44 มีความต่างจากกฎหมายพิเศษภายใต้คณะรัฐประหารอื่นๆ ซึ่งบัญญัติให้ถูกต้องเพียงแค่ตามรัฐธรรมนูญ และยังเปิดช่องทางให้สามารถตรวจสอบได้อยู่บ้าง แต่มาตรา 44 กลับบัญญัติให้ทุกการกระทำภายภายใต้กฎหมายนี้ ถูกต้องไปโดยสิ้นเชิง โดยไม่สามารถนำกฎหมายอื่นมาตรวจสอบหักล้างได้ ทำให้การทำหน้าที่ของนักกฎหมาย เป็นไปด้วยความยากลำบาก


ที่มา Voice TV 21

http://news.voicetv.co.th/thailand/465390.html


44 MISSION IMPOSSIBLE

นับตั้งแต่รัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 จนกระทั่งประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เป็นที่รู้จัก และถูกพูดถึงมากที่สุด คงหนีไม่พ้น มาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยอาศัยอำนาจจากมาตรานี้แล้วถึง 136 ฉบับ

แต่มาตรา 44 คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง ทำไมใครๆต่างก็เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรานี้ และมาตรานี้ได้สร้างผลงานอะไรให้สังคมไทยบ้าง

ร่วมพูดคุยกับ
ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน iLaw
ภาวิณี ชุมศรี ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน

อ่านสรุปการพูดคุยได้ที่ http://www.tlhr2014.com/th/?p=3547
ooo

เสวนา 'ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้' ระบุคนไทยได้ ม.44 เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง





Sun, 2017-02-26 15:28
ที่มา ประชาไท


เสวนาผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “44 MISSION IMPOSSIBLE: ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้?” เผยมีการออกคำสั่งจากมาตรา 44 แล้ว 138 ฉบับ เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง-ใช้กว้างขวางแทบทุกเรื่อง ชี้แม้ ม.44 อาจจะสำเร็จในมุมของผู้ครองอำนาจเพราะเร็ว ง่าย สั่งการแล้วย้ายได้ทันที แต่การใช้อำนาจแบบนี้ไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง


เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จัดเสวนาผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “44 MISSION IMPOSSIBLE: ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้?” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ว่าด้วยการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ในยุคของคสช. โดยมีวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน

ทำไมถึงต้องมีมาตรา 44?

ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน เห็นว่าในขณะที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ก.ค.57 โดยผู้ร่างสำคัญคือวิษณุ เครืองาม และพรเพชร วิชิตชลชัย ก็มีการเสนอแนวคิดว่าต้องร่างให้สามารถสนับสนุนการปฏิรูปต่างๆ ได้ คนที่สนับสนุนคสช. ก็เห็นว่าน่าจะมีสิ่งที่คล้ายๆ มาตรา 17 ในธรรมนูญชั่วคราวปี 2502 สมัยจอมพลสฤษดิ์ พูดง่ายๆ คือมีสิ่งที่ทำให้การรัฐประหารไม่เสียของเหมือนกับในปี 2549

ภาวิณี ชุมศรี เห็นว่ามาตรา 44 กลายเป็นการใช้อำนาจของคสช.ที่ใช้ง่าย และสะดวก เป็นการใช้อำนาจโดยคสช.ที่ไม่ได้ที่มาจากกระบวนการปกติ แต่อ้างอิงการใช้อำนาจกับรัฐธรรมนูญที่ตนเองเป็นคนออก แล้วให้คสช.ออกคำสั่งต่อเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ทั้งที่ปกติการออกกฎหมายแบบนี้ จำเป็นต้องใช้ผ่านข้าราชการประจำ หรือผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่เดิมตามกฎหมายนั้นๆ บทบัญญัติกว้างๆ ที่ให้อำนาจแบบนี้ จึงเป็นการเขียนออกมาเพื่อให้ตนเองทำงานได้

พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เห็นว่ามาตรา 44 ไม่ได้ต่างอะไรจากกฎอัยการศึก เพราะคำสั่งหัวหน้าคสช. มีผลในทั้งทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จทุกอย่าง แต่ข้อดีคือสามารถอธิบายกับต่างชาติได้ง่ายกว่ากฎอัยการศึก ว่ามันอยู่ในรัฐธรรมนูญ มีที่มาที่ไปรองรับ และสิ่งที่ทำให้สะดวกแก่การใช้มากๆ คือมันบัญญัติว่าไม่ต้องรับผิด อยากใช้อำนาจแบบไหนก็ได้









เนื้อความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557

ออกคำสั่งจากมาตรา 44 แล้ว 138 ฉบับ เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง-ใช้กว้างขวางแทบทุกเรื่อง

ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน ได้ประมวลภาพรวมของการใช้มาตรา 44 โดยตั้งแต่เดือนก.ค.57 มีการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับแรก ในเดือนธ.ค.57 ส่วนในปี 2558 มีการออกอีกอย่างน้อย 48 ฉบับ เฉลี่ยแล้วเดือนละ 4 ฉบับ โดยฉบับสำคัญคือคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ซึ่งกลายเป็นภาพจำของคน ว่ามาตรา 44 มันคือเรื่องนี้ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมและตรวจค้นต่างๆ

ต่อมาในปี 2559 มีการใช้ออกคำสั่งอีก 78 ฉบับ ปริมาณเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 6.5 ฉบับต่อเดือน ส่วนปี 2560 มีการใช้ออกคำสั่งอีก 11 ฉบับ รวมแล้วในเวลา 2 ปี 7 เดือน หัวหน้าคสช.มีการใช้ออกมาตรา 44 ออกคำสั่งมาแล้ว 138 ฉบับ เฉลี่ย 4 ฉบับต่อเดือน หรือสัปดาห์ละหนึ่งฉบับ

ณรงค์ศักดิ์ระบุว่าอาจจะแบ่งประเด็นที่มีการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งได้เป็น 8 เรื่องคร่าวๆ ได้แก่ 1) เรื่องการจัดระเบียบสังคม เช่น เรื่องป้องกันการแข่งขันรถจักรยานยนต์, การควบคุมสถานบริการ, การป้องกันการทะเลาะวิวาทของนักเรียน/นักศึกษา 2) คำสั่งที่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพ เช่น คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58, 13/59 หรือ 41/59 ที่ให้อำนาจกสทช.ในการควบคุมการนำเสนอข่าวสาร

3) คำสั่งที่ใช้เพื่อปะผุความผิดพลาดจากการออกกฎหมาย เช่น คำสั่งเรื่องเรียนฟรี 15 ปี เพื่อแก้ไขจากร่างรัฐธรรมนูญมีชัยที่กำหนดเรื่องเรียนฟรี 12 ปี, คำสั่งเรื่องกำหนดให้หน่วยงานรัฐมีหน้าที่อุปถัมภ์ทุกศาสนา เพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่เน้นให้รัฐสนับสนุนพุทธศาสนานิกายเถรวาท 4) คำสั่งที่ใช้กับเรื่องการเมือง โดยในบางคำสั่งจงใจใช้กับคนบางคน เช่น การถอดยศทักษิณ หรือเรื่องการให้อำนาจเจ้าหน้าที่จัดการกับคดีจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์ รวมทั้งเรื่องวัดธรรมกาย ก็เห็นว่าอยู่ในหมวดนี้

5) เรื่องการปกครองท้องถิ่น ทั้งเรื่องการระงับการเลือกตั้งท้องถิ่น การปลดผู้ว่ากทม. การตั้งผู้ว่าเมืองพัทยาใหม่ 6) คำสั่งเรื่องการจัดการกับองค์กรอิสระ เช่น การระงับการสรรหาคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือคณะกรรมการกสทช. 7) การแต่งตั้ง/โยกย้ายข้าราชการ เรื่องนี้ออกคำสั่งเยอะมาก อย่างน้อย 22 ฉบับ มีคนได้รับผลกระทบหลักหลายร้อยคน โดยเรียกร้องความเป็นธรรมไม่ได้ 8) เรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เช่น เรื่องการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ, การยกเว้นการใช้ผังเมือง การควบคุมอาคาร หรือการแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม คำสั่งเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเอื้อต่อทุนใหญ่มากขึ้น

ณรงค์ศักดิ์ สรุปนิยามแนวทางการใช้มาตรา 44 ว่ามีลักษณะเป็นการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ต้องรับผิดชอบ ลดอำนาจท้องถิ่น และลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน








ศาลปฏิเสธตรวจสอบการใช้อำนาจจากมาตรา 44

ภาวิณี ชุมศรี เห็นว่าทั้งในมาตรา 44 และตัวคำสั่งหัวหน้าคสช.หลายฉบับ มีคำสำคัญที่ถูกอ้างถึงเสมอคือ “เพื่อความรักษาความสงบเรียบร้อย” “เพื่อความมั่นคงในราชอาณาจักร” หรือ “เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” คำแบบนี้ ในทางกฎหมาย มันเป็นคำที่กว้างขวางมาก และเอื้อต่อการเปิดโอกาสให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ คำพวกนี้กลายเป็นคำใช้อ้างในการใช้อำนาจไปในทางใดทางหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเอง โดยไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจได้ และคำสั่งพวกนี้ก็จะอยู่ยาวต่อไป อย่างคำสั่งเรื่องวัดพระธรรมกายเอง ก็ไม่ได้มีกำหนดเวลาสิ้นสุดคำสั่ง

แม้แต่ในกฎหมายปกติที่เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างพ.ร.บ.ความมั่นคง, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก สองในกฎหมายสามฉบับนี้ มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนว่าประกาศได้ไม่เกินสามเดือน ในกฎอัยการศึกก็มีการกำหนดนิยาม ว่าเมื่อไรถึงต้องเลิก แต่พอคสช. ใช้ถ้อยคำอย่างเพื่อความสงบเรียบร้อย หรือเพื่อความมั่นคง คำถามคืออะไรจะเป็นเหตุให้มายกเลิกคำสั่งพวกนี้ได้ ทำให้เห็นว่ามันมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจแบบยาวหรือถาวร ไม่ใช่กรณีพิเศษ

แม้ในบทบัญญัติของมาตรา 44 เอง ที่ระบุว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด แต่ถ้าเราดูในคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58, 13/59 หรือแม้แต่ 5/60 ที่มีการระบุว่าให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน นำมาตรา 17 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้โดยอนุโลม ซึ่งมาตรานี้พูดถึงว่าหากเจ้าหน้าที่กระทำไปตามคำสั่ง จะไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญา ก็ต่อเมื่อกระทำโดยสุจริต ไม่เกินสมควรแก่เหตุ และไม่เลือกปฏิบัติ คือมันยังมีช่องของการตรวจสอบการใช้อำนาจอยู่

เราก็เคยพยายามร้องเรื่องการควบคุมตัวมิชอบตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 แต่ศาลก็ยกคำร้อง เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าพนักงานตามคำสั่งนี้โดยชอบ จึงมีอำนาจในการควบคุมตัว เราก็พยายามอธิบายว่าแม้เป็นการใช้อำนาจตาม 3/58 แต่การใช้อำนาจนั้นก็ต้องไม่เกินสมควรแก่เหตุ มันไม่ใช่ใช้อำนาจตามคำสั่งนี้แล้วทำอะไรก็ได้ มันควรจะมีการรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจได้ แต่ปัญหาคือองค์กรตุลาการไม่ยอมรับในการตรวจสอบ ยิ่งทำให้คำสั่งนี้มีสภาพเป็นคำสั่งเด็ดขาดมากขึ้น คือมีสภาพตรวจสอบไม่ได้ และไม่ต้องรับผิด มากยิ่งขึ้นไปอีก

ทั้งคำสั่งพวกนี้ ยังไปยกเว้นการใช้กฎหมายอาญาตามปกติ ที่เจ้าหน้าที่ซึ่งจะจับกุมผู้ต้องหา ต้องมีพยานหลักฐานไปออกหมายเรียกหรือหมายจับโดยศาล ถึงจะนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนได้ แต่คำสั่งลักษณะนี้ กลับให้อำนาจควบคุมตัวมาก่อน 7 วัน ไม่ต้องขอศาล ห้ามเจอญาติ-ทนายความ แล้วหลังจากนั้นก็อาจเอาคำสอบสวนโดยทหารนั้นมาดำเนินคดี ถ้าเราอยู่ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย มันจะไม่สามารถมี “กฎหมาย” ที่มีหน้าตาแบบนี้ได้

แม้แต่การควบคุมตัวโดยกฎอัยการศึกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดการซ้อมทรมานคน จนเสียชีวิตระหว่างคุมตัว ผู้เสียหายยังไปฟ้องเรียกค่าเสียหาย ศาลปกครองก็รับพิจารณา ถือว่ากรณีเป็นการละเมิด ศาลก็ตรวจสอบวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นเดียวกัน ในกรณีคำสั่งจากมาตรา 44 ถ้าเจ้าหน้าที่ทำผิด ศาลก็ควรจะตรวจสอบได้



เลิกกฎอัยการศึก ใช้ ม.44 = เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ของ คสช.

พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เห็นว่าคสช. เองยังพยายามรักษาภาพลักษณ์ของไทยต่อนานาชาติ การใช้อำนาจโดยผ่านมาตรา 44 ทำให้ง่ายกว่าในการอธิบายกับนานาชาติ ยกตัวอย่างเช่น ไทยเป็นภาคีกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เป็นกติการะหว่างรัฐ แต่ก็มีช่องว่างให้รัฐหลบหลีก แม้ใน ICCPR จะปกป้องสิทธิต่างๆ แต่ก็มีส่วนที่บอกว่ารัฐสามารถจะละเว้นจากการคุ้มครองสิทธิตามที่บัญญัติไว้นี้ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เชื่อว่ารัฐไทยมีการแจ้งขอยกเว้นคุ้มครองสิทธิชั่วคราวช่วงที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่การจะคงกฎอัยการศึกไว้ต่อไปเรื่อยๆ จะยิ่งทำให้ต่างชาติมองว่า “ประเทศไม่ปกติ” จะมีคำถามได้ว่าจะใช้ไปถึงเมื่อไร ไม่ปกติอย่างไร มีการตรวจสอบว่าจำเป็นแค่ไหนในการยกเว้นการคุ้มครองสิทธิ การใช้มาตรา 44 ในทางหนึ่ง จึงคือการทำให้ดูเหมือนประเทศกลับมาเป็น “ปกติ” ทั้งจากสายตาต่างชาติและความรู้สึกของคนในชาติด้วย แต่น่าสนใจว่า แล้วรัฐไทยได้ประกาศแจ้งยกเลิกเรื่องการยกเว้นคุ้มครองสิทธิชั่วคราวหรือยัง เมื่อมีการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก

พิมพ์สิริยังเห็นว่าการใช้คำในคำสั่งที่ออกตามมาตรา 44 ต่างๆ ทั้งเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยต่างๆ มีความคล้ายคลึงกับหลายประเทศที่พยายามออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพ คือจะพยายามใช้คำกว้างๆ แบบนี้ และเพื่อให้เข้ากับข้อยกเว้นในสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างๆ อย่างเช่น ข้อ 19 ใน ICCPR ที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น แต่มีการระบุตอนท้ายว่าเสรีภาพเหล่านี้สามารถถูกจำกัดได้ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อยต่างๆ โดยรัฐชาติต่างๆ เองก็เห็นช่องว่างนี้

แต่ในกฎหมายระหว่างประเทศเอง ก็ขยายความว่าต่อให้อ้างความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย ก็ต้องเป็นไปตามคำจำกัดความตามกฎหมาย รวมทั้งต้องยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน ว่าการจำกัดสิทธิเหล่านี้ มีความจำเป็นจริงๆ ไหม และมันได้สัดส่วนสมควรแก่เหตุไหม ก็ต้องอธิบายตรงนี้กับต่างชาติด้วย

พิมพ์สิริยังเห็นว่าแม้ในหลายประเทศที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยมาก จะมีกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างร้ายแรงเหมือนกัน แต่ประเทศส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้มีข้อกฎหมายที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขนาดมาตรา 44 ที่ให้อำนาจทั้งในทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ โดยที่ศาลก็ไม่เข้าไปตรวจสอบ



ผลการใช้มาตรา 44 กับอนาคตสังคมไทย

ณรงค์ศักดิ์ เห็นว่าการใช้อำนาจจากมาตรา 44 ไม่เวิร์ค อาจจะเวิร์คในแง่จิตวิทยา หล่อเลี้ยงใจคนหรือมวลชนของคสช. แต่จากคำสั่ง 138 ฉบับ โดยส่วนตัวยังแทบไม่เห็นเรื่องไหนประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาต่างๆ คนที่ถูกใช้เองก็กลับรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยหลังจากนี้ แม้จะมีรัฐธรรมนูญและเลือกตั้งใหม่แล้ว คำสั่งที่ประกาศออกมาโดยใช้มาตรา 44 เอง ก็จะยังอยู่ต่อไป เพราะในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญใหม่ มีการระบุว่าคำสั่งคสช.ต่างๆ จะยกเลิกได้ ต้องมีการประกาศออกมาเป็นพระราชบัญญัติ ไม่ได้ยกเลิกไปพร้อมคสช. ในส่วนของตัวมาตรา 44 ก็จะยังอยู่แม้จะประกาศรัฐธรรมนูญใหม่ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งและตั้งรัฐบาลใหม่ได้

ด้านภาวิณี เห็นว่าการใช้อำนาจจากมาตรา 44 อาจจะสำเร็จในมุมของผู้ครองอำนาจ เพราะมันเร็ว ง่าย และทำได้เลย จับได้เลย สั่งการแล้วย้ายได้ทันที แต่การใช้อำนาจแบบนี้ไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง อย่างเรื่องการใช้กับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็นำไปสู่การทวงคืนพื้นที่ มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ หรือการไปจับคนเพราะออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาชุมนุมในเรื่องต่างๆ สิ่งเหล่านี้อาจได้ประโยชน์กับฝ่ายรัฐ แต่ในมุมกลับกัน กลับยิ่งเป็นการสั่งสมปัญหา และคนจะยิ่งเรียนรู้การใช้อำนาจลักษณะนี้ ว่าเกินขอบเขตและไม่มีความเป็นธรรม และประชาชนไม่ได้มีพื้นที่ ไม่ได้มีเสรีภาพ และไม่ได้มีส่วนร่วมกับการใช้อำนาจแบบนี้

พิมพ์สิริ เห็นว่าภาพใหญ่ของการใช้มาตรา 44 คือการออกแบบประเทศให้เป็นอย่างที่คสช.ต้องการ ตามโรดแม็ป 20 ปี โดยดูเหมือนไม่มีวิธีไหนที่จะควบคุมทุกองคาพยพของระบบราชการให้ขยับได้ นอกจากการใช้คำสั่งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จแบบนี้ มันคือความพยายามออกแบบระบบโครงสร้างของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของไทย ให้เป็นแบบที่เขาต้องการ แต่คนที่จะได้รับผลกระทบในอีก 20 ปีข้างหน้า กับการออกแบบประเทศที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนี้ ไม่ใช่คนที่ออกกฎหมายหรือคำสั่งพวกนี้ แต่คือคนที่ยังไม่ได้แก่มาก เป็นคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะต้องอยู่กับประเทศนี้ต่อไป

พลังชาวพุทธ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และอเมริกา ได้รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ยกเลิก ม.44 และการใช้ความรุนแรงกับพระภิกษุสามเณรและสาธุชนวัดพระธรรมกาย + คลิปสดจากวัด Live from Wat









พลังชาวพุทธ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ได้รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ยกเลิก ม.44 และการใช้ความรุนแรงกับพระภิกษุสามเณรและสาธุชนวัดพระธรรมกาย

ooo




https://www.facebook.com/1604386316550472/videos/1781812782141157/

Truth or Dare

นี่ก็เป็นวันที่ 10 ที่ทางวัดพระธรรมกาย ต้องอยู่ภายใต้คำประกาศบังคับใช้มาตรา 44
It’s been 10 days since the article 44 was invoked on Wat Phra Dhammakaya Temple.

ยิ่งเวลาเนิ่นนาน ยิ่งทำให้ยากที่จะพบกับความจริงใจ จากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอยู่
As time passes by, it has become much harder to trust the sincerity in the operations of the authorities.

และวันนี้ก็ได้มีกำลังเสริมจากดีเอสไอ และจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
Today, a number of news has been released by the authorities which include DSI and police.

ทาง DSI ได้แถลงว่า ทางเจ้าหน้าที่มิอาจทำการค้นหาเป้าหมายได้ ในช่วงเวลา 3 วันแรกของการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย โดยอ้างว่าเหมือนเป็นการชมวัดเอง จะเข้าตรวจได้เมื่อทางวัดอนุญาตให้เข้าตรวจเท่านั้น
DSI made the statement that they could not conduct the searches on the first 3 days. The operation was like a temple tour and they could only enter the building that permitted by the temple.

ซึ่งความจริงแล้ว ที่ผ่านมา ได้เข้าทำการตรวจค้นทุกตรอก ทุกซอก ทุกมุม ของอาคารต่างๆ ในวัด
ในช่วง 3 วันแรก ได้เข้าทำการตรวจค้นทุกแห่งภายในวัด ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 นาย พร้อมด้วยสุนัขตำรวจ ซึ่งเป็นการตรวจค้นแทบจะผลักวัดเลยทีเดียว
While in fact, they have conduct thorough search throughout the premise. The first 3 days they stormed the whole area with more than 1,000 personnel with K-9 unit without telling the temple where they want to go.

ในช่วงคืนวันที่ 16 และ 17 มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าประจำการอยู่ภายในบริเวณวัด ทั้งๆ ที่ได้เข้าทำการค้นทุกจุดไปหมดแล้ว
On the night of 16 and 17, there were police stationed inside the temple compound. So I think that would cover the whole area of the search already.

ซึ่งนี้ทำให้ทางวัดต้องพูดอยู่เสมอว่า ทางเจ้าหน้าที่มิได้รักษาคำมั่นสัญญา ตามที่ให้ไว้ว่า หลังจากการตรวจค้นในเวลา 5 วัน จะถอนคำสั่งกลับไป
And that is why we kept making our statement that they did not keep their word when they said, after the operation was completed swiftly and efficiently, they would have left, they didn’t.

วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ว่า จะยกเลิกมาตรา 44 ก็ต่อเมื่อหลวงพ่อธัมมชโย ยอมเข้ามอบตัว หรือทาง ค.ส.ช. ได้เข้าบริหารจัดการวัดพระธรรมกายเอง
Today, Prime Minister also said that he would revoke the use of article 44 only when Phra Dhammajayo surrender or when he could take control of Wat Phra Dhammakaya temple.

วัดพระธรรมกาย เป็นวัดที่สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของสาธุชน ที่ต้องการจะให้วัดเป็นศูนย์กลางที่นำมาซึ่งความสันติสุขของโลก ด้วยเจตนารมย์อันนี้ ต่างมีแรงศรัทธาร่วมบุญกันสร้างวัด ซึ่งอาตมาเห็นว่านี่ไม่ใช่หน้าท่ีของท่านนายกรัฐมนตรี แต่เป็นหน้าที่ของทางคณะสงฆ์ ที่จะบริหารวัดอย่างไรด้วยความสงบสุข
Dhammakaya Temple was constructed by donations of the public of general people who want to see it be the center of peace building in the world. For that vision they gathered the funds and make that dream happen and become reality. I don’t think it is the job of the prime minister to do that. They want monks who know how to develop inner peace to look after the temple.

​นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้กล่าวหาว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ การซ่องสุมอาวุธภายในวัด ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ ทางวัดได้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดตลอดระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา ซึ่งข้อกล่าวหานี้ มีสาธุชนในวัดรู้เห็นทุกอย่าง มิได้มีการพบเห็นอาวุธแต่อย่างใด ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้ ของเจ้าหน้าที่ ได้สร้างความคลางใจให้แก่สาธุชนในวัดเป็นอย่างยิ่ง
There are also claims that they found weapons inside the compound. While in fact, the temple was in lockdown for the past 10 days. None of the discovery was witnessed by any members of the temple. That creates the skeptical feeling and suspicious in the operations of the authorities.

​เมื่อคืนนี้ ทางวัดสามารถจับกุมชายผู้ต้องสงสัยได้คนหนึ่ง ซึ่งสวมแจ๊กเก็ตมีคำว่า DSI อยู่ด้านหลังเสื้อ กำลังทำการรื้อถอนทำลายเครื่อง CCTV จำนวน 4 ตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องปกติที่น่าจะเกิดขึ้น
Last night, we have also captured the image of a man in a jacket with the DSI letters in the back destroying 4 of our CCTV around the premise. This is not a normal action of an honest person.

​การสั่งปิดการโทรคมนาคมสื่อสารของทางวัด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความประสงค์ของเจ้าหน้าที่ ที่จะปกปิดชาวโลก เกี่ยวกับความเคลื่อนไหว ที่เกิดขึ้นกับวัดและภายในวัด
ซึ่งถ้าหากว่า ควรปฏิบัติการดำเนินการด้วยความโปร่งใส ทำไมต้องสั่งปิดด้วย
The shutting down of telecommunications also indicated that there is an attempt to only provide what sudden information blocking the story from inside the compound to be told worldwide. If the operation is transparent, why block it?

เราต้องการจะเห็นความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งจากฝ่ายสาธุชน และฝ่ายเจ้าหน้าที่ กรุณาอย่าทำให้เป็นเรื่องยาก
มีจำนวนผู้บริสุทธิ์ อยู่ภายในวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเข้ามาอยู่ในวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ไม่คิดทำร้ายใคร และไม่มีอาวุธ
We really want to create a sense of mutual trust between the temple devotees and the authorities. Don’t make it so hard. There are only innocent people in the compound. They here to practice their Buddhist faith. No other agendas. They don’t mean any harm. They don’t know how to use violence.

​ขณะนี้ ได้มีความเคลื่อนไหว ท่ามกลางชาวพุทธทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ เพื่อต้องการจะปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของโลก เป็นการปกป้องที่ไม่ใช่สำหรับเราเท่านั้น แต่สำหรับทุกคน ซึ่งเราจะทำเพียงลำพังไม่ได้
Buddhist movements that is happening right now around the world is because they want to protect Buddhism. They want to protect peace on the world and it’s not just for us, it is for everybody. So we cannot do it alone.

เราขอวิงวอนให้ทำการยกเลิกมาตรา 44 เสีย และขอให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายให้เข้ามาดำเนินการต่อไป
Revoke the use of the article 44. Withdraw all of your personnel. And let the process of peace develop within. We want to see that happening. It’s all up to you, not us. Thank you

ooo




https://www.facebook.com/wat.dhammakaya.benelux/videos/916067761869305/

.....




https://www.facebook.com/wat.dhammakaya.benelux/videos/916007848541963/

.....




https://www.facebook.com/wat.dhammakaya.benelux/videos/915952841880797/


กรณีลุง ต้าน ม.44 เสียชีวิต ตัวแทนศิษย์ธรรมกาย ขอแสดงความเสียใจกับคุณลุง ที่เพิ่งเสียชีวิต@คนวัดจัดเต็ม




https://www.youtube.com/watch?v=JBc71xrzCNg&feature=youtu.be

กรณีลุง ต้าน ม.44 เสียชีวิต ตัวแทนศิษย์ ขอแสดงความเสียใจกับคุณลุง ที่เพิ่งเสียชีวิต@คนวัดจัดเต็ม

สถานีข่าว ประชาชน

Published on Feb 25, 2017

สถานีข่าวประชาชน
สถานีเพื่อความจริง เพื่อประชาชน เผยทุกมุม
https://www.youtube.com/channel/UCCLG...

ooo

ข้อมูลข้างล่างไทยอีนิวส์ได้รับจากผู้อ่านท่านหนึ่ง...

*ข้อมูลของคุณลุงผู้พลีชีพต้านเผด็จการคสช.เพื่อปกป้องพุทธศาสนาจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

---------------------

ลุงได้เตรียมการณ์ไว้เรียบร้อยเกี่ยวกับการทำอัตวิบาตกรรมครั้งนี้

โดยได้เขียนบรรยายเรื่องสารพัดเกี่ยวกับสงฆ์ซึ่งคุณลุงศรัทธาสมเด็จช่วงมาก ซึ่งคุณลุงมีข้อมูลมากมาย และยอมไม่ได้ที่ศาสนาถูกกระทำย่ำยีเยี่ยงนี้ คุณลุงเจตนาที่จะแขวนคอ โดยไม่เลือกที่จะกระโดด เพราะถ้าตกถึงพื้นดินก็ต้องมีการเก็บโดยเร็ว และสื่อก็ไม่สามารถทำข่าวได้โดยสะดวก

คุณลุงเลือกมุมโดยเลื่อนตัวลงมาระยะหนึ่งและกะระยะที่จะปล่อยตัวลง และกว่าจะมีคนขึ้นไปช่วยแกะเชือกให้แกต้องใช้เวลานานมาก ภาพแกจะปรากฏอยู่ด้านบนได้นาน และให้เป็นการประจานสู่สายตาชาวโลกไปมากมาย.....

พวกเราและเพื่อน ๆ พี่น้องขอกราบคารวะด้วยน้ำตาจากใจค่ะ

จากน้องนัทที่อยู่ในเหตุการณ์

.....



ooo

พุทธศาสนิกชนตัวแทนชมรมผู้รักประชาธิปไตยในชิคาโก ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ คุณลุงอนวัช ธนเจริญณัฐ ผู้กล้าหาญต่อต้าน ม44 สละชีพเพื่อพุทธศาสนา ที่วัดภาวนาพุทธโธ ชิคาโก และร่วมถ่ายรูปกับชาวธรรมกายเป็นที่ระลึก

ขอให้ดวงวิญญาณของท่านลุงอนวัชไปสู่ภพภูมิที่ประเสริฐสูงสุด ด้วยเทอญ







ภาพจาก gol92


"อย่าใช้กม.อันธพาลรังแกพระ" ศิษย์ต่างปท. ป้อง "ธรรมกาย" ใครเพี้ยนกันแน่? ศิษย์"ธรรมกาย"ต่างปท.เตรียมถวายฎีกา ให้ทรงปัดเป่าทุกข์ของพสกนิกร




https://www.youtube.com/watch?v=I9GU38j95RA

"อย่าใช้กม.อันธพาลรังแกพระ"ศิษย์ต่างปท.ป้อง"ธรรมกาย"ใครเพี้ยนกันแน่?

jom voice

Published on Feb 25, 2017

นางสิรินทร์ วงศ์วิทยเวทย์ ศิษย์วัดพระธรรมกาย สาขาบอสตัน รัฐแมตซาซูเซท สหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ Thaivoice ( ตอนที่ 1 ) เกี่ยวกับการใช้ ม.44 ปิดวัดพระธรรมกายว่า ม.44 เป็นกฎหมายที่มาจากการทำรัฐประหาร เป็นกฎหมู่ของพวกเผด็จการ แล้วมาใช้กับพระซึ่งเป็นเพียงผู้ต้องหาไม่ใช่นักโทษคดีร้ายแรง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ข้อกล่่าวหาวัดพระธรรมกาย 300 กว่าคดีมีที่ไหน ตั้งแต่มีพุทธศาสนาในประเทศไทย ก็ไม่เคยตั้งข้อหากับพระมากมายขนาดนี้ สะท้อนเจตนาอะไร 47 ปีที่ตั้งวัดพระธรรมกายขึ้นมา ได้สร้างความเจริญให้กับพุทธศาสนาอย่างมาก ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่ทั่วโลก จะบอกว่าเป็นพุทธเทียม แต่เป็นวัดที่มีการศึกษาพระไตรปิฎกและมีปัญญาชนเข้ามาบวชเรียนมากที่สุดในประเทศ ขณะที่ คสช.เข้ามาเพียง 3 ปี แต่ทำให้ประเทศเสียหายและยากจนที่สุด สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่เพี้ยน ( ตอนที่ 2 ...คุณสิรินทร์ จะอธิบายถึงแนวทางการต่อสู้ของ ศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายในสาขาต่างประเทศ เพื่อปกป้องวัดพระธรรมกายในกรุงเทพฯ เท่าชีวิต...โปรดติดตาม )

ooo

ศิษย์"ธรรมกาย"ต่างปท.เตรียมถวายฎีกา ให้ทรงปัดเป่าทุกข์ของพสกนิกร



https://www.youtube.com/watch?v=ubx7IJl-S50

jom voice

Published on Feb 25, 2017

นางสิรินทร์ วงศ์วิทยเวทย์ ศิษย์วัดพระธรรมกาย สาขาบอสตัน สหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ Thaivoice ( ตอนจบ ) กรณีการต่อสู้เคลื่อนไหวของกลุ่มศิษย์วัดพระธรรมกายสาขาต่างประเทศว่า จะเรียกร้องเคลื่อนไหวจนถึงที่สุดที่จะให้ รัฐบาลไทย ยกเลิก ม.44 ในการดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย เพราะการใช้กฎหมายนี้ เป็นการทำลายพุทธศาสนา ทำลายการสร้างความปรองดองโดยจะหารือเพื่อที่จะถวายฎีกาต่อ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ผ่านสถานทูต และสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ เพื่อจะกราบบังคมทูล ให้ทรงช่วยเหลือประชาชนชาวพุทธ และทรงปกป้องคุ้มครองพระสงฆ์และพุทธศาสนาในประเทศที่กำลังถูกรังแกจากอำนาจเผด็จการทหารคสช.

เมืองไทยดังทั่วโลก วิศวกรชาวอังกฤษสงสัย “ ฤา โลภ โกรธ หลง ทำรัฐบาลทหารไทยทำร้ายวัดพระธรรมกาย?”





เมืองไทยดังทั่วโลก วิศวกรชาวอังกฤษสงสัย “ ฤา โลภ โกรธ หลง ทำรัฐบาลทหารไทยทำร้ายวัดพระธรรมกาย?”

วัดพระธรรมกายไม่มีการล้างสมอง ไม่มีเรื่องลัทธิ ไม่มีการหลอกลวง เป็นเพียงพุทธศาสนาที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ ทำไมรัฐบาลทหารจึงต้องการปิดวัด เพราะ โลภ โกรธ หลงใช่ไหม?

ที่มา
http://winne.ws/n13553
26 ก.พ. 2560

คุณเจมส์ เอ็บดอน วิศวกรยานยนต์แห่งประเทศอังกฤษ ผู้ได้มาศึกษาพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายทั้งที่ไทยและวัดสาขาที่อังกฤษกว่าแปดปียืนยันว่า

ประสบการณ์ที่ได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายนั้นเปลี่ยนชีวิตตนเองให้ดีขึ้นจากคนไร้ทิศทางในชีวิต กลายเป็นคนที่มีเป้าหมายชัดเจนที่จะดำเนินชีวิตบนเส้นทางแห่งความสุขทั้งภายนอกและภายใน

คุณเจมส์ มาปฏิบัติธรรมที่วัด เพราะมีคำถามมากมายในชีวิตและแสวงหาคำตอบเหล่านั้น คำถามดังกล่าวคือ

1) อะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆสำหรับตนเอง?

2) อะไรคือสิ่งที่จำเป็นจริงๆสำหรับชีวิตตนเอง?

3) รักและแคร์ตัวเองจริงๆหรือเปล่า?

4) ทำไมถึงอยากได้ในสิ่งที่ไม่มีอยู่เสมอ?

และคุณเจมส์ได้คำตอบครั้งแรกในชีวิตเมื่อเจอ "พระพุทธศาสนา" ซึ่งมีเครื่องมืออย่างดีในการได้ความรู้เพื่อคำตอบเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น

"ความรู้จากการศึกษาธรรมะ" และ "ความรู้จากการปฏิบัติธรรม อันทำให้เกิดความรู้จากภายในจิตใจตนเอง"





คุณเจมส์ระบุว่า “ เมื่อมองดูพุทธศาสนาในรูปแบบต่างๆ ผมพบว่าวัดพระธรรมกายสอนพุทธศาสนาในรูปแบบที่เป็นแบบแผนดั้งเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรเพื่อให้เหมาะกับชีวิตของคุณ แต่ทำให้คุณสร้างธรรมะขึ้นมารอบๆชีวิตของคุณ มีคำสอนที่เป็นแก่นของพระพุทธศาสนาตั้งแต่เริ่มสร้างวัดจนถึงปัจจุบัน”


“ ทำไมวัดจึงสามารถไปได้ทั่วโลก? เพราะคนที่มาวัดก็รู้เหมือนกับผมคือ เป็นรูปแบบของพระพุทธศาสนาที่สามารถทำให้เกิดความแตกต่างที่แท้จริงในชีวิตของคุณ ไม่มีการล้างสมอง ไม่มีเรื่องลัทธิไม่มีการหลอกลวง เป็นเพียงพุทธศาสนาที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์”







คุณเจมส์ยังมีคำถามอีกด้วยว่า

“มีวัดไหนในประเทศไทยที่สามารถเผยแผ่พุทธศาสนา ส่งความรักความเมตตากรุณา ออกไปทั่วโลกได้ดังเช่นวัดพระธรรมกาย?

ใครที่ให้โอกาสกับมนุษย์ทั่วโลกให้มีประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ในการได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์?”

“ ในโลกแห่งวัตถุนิยมที่มีความโกรธเกลียดกันและความโหดร้าย วัดพระธรรมกายเป็นแสงสว่างให้ประเทศไทยและพระพุทธศาสนา วัดพระธรรมกายแสดงให้โลกเห็นว่า อริยทรัพย์ภายในเกิดขึ้นได้จากการรักษาศีลศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรม แล้วทำไมหลวงพ่อธัมมชโยจึงถูกไล่ล่าเหมือนสัตว์ และพระในวัดตลอดจนอุบาสกอุบาสิกาสาธุชนถูกล้อมด้วยกองกำลังทหารหลายพัน?สิทธิมนุษยชนทั้งหมดถูกริดรอน สาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อชีวิตถูกตัดขาด? "

คุณเจมส์ กล่าวถึงสิ่งที่รัฐบาลทหารไทยกำลังปฏิบัติกับหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกายขณะนี้ว่า

. “ ใครก็ตามที่รู้จักหลวงพ่อธัมมชโยจริงๆจะเข้าใจว่า ท่านเป็นพระที่เสียสละ ที่มีชีวิตและลมหายใจเพื่อพระพุทธศาสนา เป้าหมายของหลวงพ่อคือ ให้โอกาสกับทุกๆคนในการเรียนรู้และปฏิบัติเช่นเดียวกับท่าน การมีโอกาสได้เคยบวชและศึกษาพุทธศาสนาและปฏิบัติธรรมที่วัด ผมคิดออกเพียงว่า รัฐบาลทหารมีนัยยะซ่อนเร้น ที่อยากจะปิดวัด ทำให้เราต้องกลับไปคิดว่า เกิดอะไรขึ้นกับโลกแห่งความโลภโกรธหลง ในทุกวันนี้?”

ข้อความจากคุณเจมส์ ฉบับภาษาอังกฤษ

I have been a part of the Dhammakaya Temple in Thailand and in the UK for over eight years . My experience of the Dhamma Temple has changedmy life . I have gone from somebody on the road to nowhere to a path well signposted well lit anda goal of inner peace and happiness .

Why did I become part of this temple. I was looking for answers to many questions about myself . What was really importantto me , what did I really need in my life . Did I really love and care aboutmyself . Why did I always crave for things I did not have . For the first timein my life I was given the tools to findthe answers from Buddhism and from within myself . Having looked atdifferent types of Buddhism I found the Dhammakaya Temple teachesBuddhism in its purist form, not changed or manipulated to fit your life but for you to build it around yourlife. Core Buddhist values were there from the start of the temple and thesame values are still here today . Why has it become worldwide because the temple people recognize like meit is Buddhism at its best and it canmake a real difference to your life .There is no brain washing no cult no tricks just simple unadulterated Buddhism

What other temple in Thailand has been able to spread Buddhism and Love and Kindness all over the world like the Dhammakaya . Who has given the the chance for men allover the world to experience high ordination monk hood . In this world of hateanger materialism and brutality the Dhammakaya is a shining light for Thailand and Buddhism . It shows the world what can be achieved from inside yourself bykeeping the precepts, learning dhamma and practicing meditation . Whythen is the abbot being hunted like an animal and the rest of the monks and laypeople being laid siege to by thousands of armed soldiers all human rights removed all amenities cut off . Anybody who reallyknows Luang Por Dhammajayo would understand that he is a devoted monk who lives and breaths for Buddhism ,his goal is to give everybody the chance to learn and practice like him. Having lived and studied within the temple I can only think the Military Government has a different agenda for wanting to close down the temple , which takes us back to whats wrong with this world today Hate Anger and Greed.

James Ebdon


วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 26, 2560

เครื่องยืนยันวันนี้ กะลาแลนด์ยากที่จะปรองดอง สมานฉันท์





ดูภาพกราฟฟิคที่เขาทำกันขึ้นเพื่อสัพยอก ‘กะลาแลนด์’ โดยใช้รูป จอมขวัญ หลาวเพ็ชร ผู้จัดรายการดังของไทยรัฐทีวี ตั้งคำถามกำลังร้อนเรื่อง ‘พุทธแท้’ และ ‘คนดี’ แล้วยิ่งทำให้สิ้นหวังกับสังคมไทย

พุทธแท้ต้องด่าธรรมกาย และคนดีต้องด่าทักษิณ เป็นคำตอบบน ภาพ ‘sarcastic’ นั้น

ที่นี่ ไม่ต้องการบอกว่าไม่ใช่ศิษย์หรือสาวกธรรมกาย และไม่ใช่ ‘คนรักทักษิณ’ แต่ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งจะต้องถูกผลักให้ทำตัวเป็นพุทธแท้และคนดี มิพักจะเป็นแค่ ‘ไทยเฉย’

การออกมาสนับสนุนธรรมกายที่ถูกรัฐบาล คสช. ห้ำหั่นทำร้าย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางจิตใจ) เป็นจิตสำนึกปกติธรรมดาของผู้มีความเป็นมนุษยชน ยึดมั่นประชาธิปไตย และเชิดชูหลักการ ทุกคน ‘เท่าเทียม’ กันในโอกาสดำรงชีวิต

เช่นเดียวกับการแสดงการชมเชย ยกย่อง อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บางครั้ง บางกรณี ก็มิใช่เพราะความคลั่งไคล้หลงใหลแบบ ‘cult’ หากแต่เป็นเพราะตระหนักถึงความจริงที่ว่าคุณูปการที่เขาทำให้แก่ประเทศและประชาชน ล้ำหน้าความผิดพลาดและข้อเสียที่เขาถูกผู้คนส่วนหนึ่งก่นด่า

สิ่งที่ได้เห็นในวันนี้ (๒๕ ก.พ.) ทางหน้าโซเชียลมีเดีย หลังจากชายสูงวัยผู้หนึ่งเสียชีวิตจากการขึ้นไปประท้วงบนเสาสูง เขาผูกคอตนเองบนนั้นหลังจากที่ข้อเรียกร้องให้คณะทหารยุติใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ม.๔๔ แม้จะไม่ได้ระบุแต่ก็เป็นที่เข้าใจว่าเกี่ยวเนื่องกับกรณีวัดธรรมกาย ไม่ได้รับการตอบสนอง

ชายผู้นี้จะเป็นศิษย์ เป็นสาวก ผู้มีศรัทธา หรือเพียงแค่เห็นใจกับการทนทุกข์ของคนธรรมกาย แม้กระทั่งเขาเป็นคนที่รักประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งเฉกเช่นลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ผูกคอตายบนสะพานข้ามทางด่วนวิภาวดี เพื่อประท้วงการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙

แน่นอนว่าทั้งสองท่านนี้มีจิตใจต่างกับบุคคลธรรมดา และแน่ชัดว่าเข้มแข็งกว่าไทยเฉยหลายร้อยเท่า แต่เขาทั้งสองย่อมไม่ใช่คนที่มีจิตฟั่นเฟือนแน่ๆ





คนไทยจำนวนหนึ่ง เทียบกับนักท่องเว็บโซเชียลอื่นๆ จัดว่าจำนวนไม่น้อย แสดงอาการเย้ยหยัน สาสม สะใจ กับการตายของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ วัย ๖๕ ปี พนักงานเฝ้าเสาสัญญานโทรศัพท์ในท้องที่คลองหลวงติดกับวัดธรรมกาย

‘มนุษย์สองหน้า‏@Piratex’ คอมเม้นต์ว่า “จะให้คิดเชี่ยไรนักหนาล่ะวะ มีใครอยากตายอีกมั้ย เอาจริงๆ นะ ลุงขับแท็กซี่ชนรถถังต้านรัฐประหารคลั่งประชาธิปไตย ยังดูมีสตอรี่พอเร่ขายได้กว่า”

‘Moth‏@Mothlife’ ไม่น้อยหน้า “สาวกธรรมกายยอมพลีกายตายไปแล้ว ๑ ศพ ชีวิตประชากรโง่ๆ แบบนี้ตายไปดีแล้ว #ธรรมกาย

‘Tanakit Charoensritong’ อีกคนมาแต่ไก่โห่ “๒ ทุ่มครึ่งละ อีกครึ่งชั่วโมงจะกลับมาดูจะกล้าโดดลงมาไหม ถ้าไม่โดดหมาทั้งธรรมกายนะ”

อีกรายมาล่านิด อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี “ตอนนี้ ๒๑.๑๙ มึงน่าจะโดดลงมาได้แล้วนะ มึงบอกว่าจะโดดตอน ๒๑.๐๐ น. ๕๕๕๕๕๕๕๕ เจ้าหน้าที่เขารอเก็บศพมึงอยู่นะ”

ตัวอย่างชุดสุดท้ายนี้เหมือนดูหนัง ‘The Walking Dead’ ทางช่อง AMC โดยมี Tanagrit Tae Injun เปิดประเด็น “ไปกระโดดลงบ่อจระเข้าเถอะครับ อาจมีประโยชน์บ้าง กระโดดตรงนี้ลำบากมูลนิธิเปล่าๆ”

อีกสองนาฑีต่อมา Jutharat Jeebklum ช่วยเสริม (พร้อมแก้ไขการสะกด) “ทำแบบนี้ลำบากจรเข้อีก ต้องมาโดนยิงเพราะรักษาชีวิตอีลุงนี่...ตายไปอีธัมมี่มันจะมาหารึก็เปล่า งมงาย”

Tanagrit Tae Injun คนเริ่มต้น ต่อความยาว “ชิตังเม โป้งตาย”

คนใหม่ พิเชฏ รอดอ่อน เอาบ้าง “ตายซะสูงลำบาก จนท. มูลนิธิเค้า เฮ้อออ”

เช่นดียวกับ กรองกาญจน์ ประทุมรัตน์ ผู้มีจิตอาสาพญายม “สงสารๆๆๆ คนที่เขาลำบากไปเอาศพมันลงมา”

เหล่านั้นเป็นเครื่องยืนยันวันนี้ โดดเด่นอย่างเดียว กะลาแลนด์ไม่มีทางปรองดอง ประเทศไตแลนเดียยากที่จะสมานฉันท์ ถึงขั้นสังคมร้อนรุ่มอาจลุกเป็นไฟในไม่ช้า ส่งผลถึงการฟื้นฟูความสมบูรณ์เรื่องปากท้องของประชาชนและความพูนสุขของประเทศไทย มองไม่เห็นแสงไฟที่ปลายท่อยักษ์ กทม.

จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวาดหวังกับการได้ทักษะ วิสัยทัศน์ และผลงานการบริหาร-พัฒนาเศรษฐกิจ ของทักษิณกลับมา อย่างที่เอ่ยถึงกันในหมู่เสื้อแดงบ่อยๆ เพราะถึงเวลานี้พื้นที่และบรรยากาศไม่อำนวยเสียแล้ว รอแต่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่าง ๖ ตุลา ๑๙





ว่าที่จริงทักษิณก็คงเลิกคิดหวังอย่างนั้นเสียแล้วเหมือนกัน ดูจากรายงานความเคลื่อนไหวของเขาล่าสุด

“นายทักษิณประเมินสถานการณ์ขณะนี้ว่า เหตุการณ์ปัจจุบันยังไม่มีอะไรแน่นอนว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว ส่วนเรื่องการเมืองได้เน้นย้ำให้พรรคต้องปรองดอง และขอให้บรรดาอดีตส.ส.อดทน ไม่ทำตัวให้เป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง

เพราะหากไม่เริ่มปรองดองบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้ อีกทั้งเศรษฐกิจก็ย่ำแย่ใครมาเป็นรัฐบาลก็มีความลำบากเพราะเงินไม่มี ต้องทำให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบสุข และขอให้ผู้มีอำนาจได้ทำงานอย่างเต็มที่จนกว่าจะพอใจ”

(http://www.matichon.co.th/news/475979)

นับว่าท่านอดีตนายกฯ ในดวงใจของหมู่ชนเสื้อแดง เป็นผู้มีจิตเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ คสช. ไม่น้อยอยู่ ท่านว่า “ซึ่งคสช.จะทำงานดีหรือไม่ประชาชนเป็นผู้ประเมินได้”

ทว่าที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยประเมินกันออกมาแล้วหลังจากบักโกรกกันมาเกือบจะสามปี อาจจะยังประเมินไม่ได้

ก็ ‘ชั่งมัน’ ในเมื่อยุคนี้ไม่ได้มี ‘เผือก’ ซึ่งเป็นของแสลงสำหรับ ม.๔๔ และ คำสั่งที่...

อย่างไรก็ดี อย่างนี้ก็ตาม มีข้อน่าสังเกตุว่าข่าวเรื่องท่าทีล่าสุดทักษิณมาโผล่หลังจากปรากฏอาการสอง ศจ. นิธิ-ชาญวิทย์ ออกมากวนน้ำไม่ขุ่นสอดรับกัน (อย่าเพิ่งตั้งข้อสงสัยว่า ‘มติชน’ เสี้ยม เสียล่ะ)

(รายละเอียดที่นี่ http://www.matichon.co.th/news/469265 และนี่ http://www.matichon.co.th/news/473181)





“ถ้าผมเป็นพรรคเพื่อไทย ผมจะตัดสินใจแยกทางกับคุณทักษิณ” (นิธิ เอียวศรีวงศ์) และ “ถ้าผมเป็นพรรคเพื่อไทย ผม - ชาญวิทย์ ก็จะโยนทักษิณทิ้งเช่นกัน” (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)

คำอธิบายของ อจ.นิธิ ส่วนหนึ่งว่า “การประนีประนอมที่ไม่ดูตาม้าตาเรือทำให้พรรคก้าวหน้าหลายพรรคเสื่อมความนิยม หรือถูกกลืนกลายเข้าไปในการเมืองน้ำเน่า” และ

“หากไม่กล้าลงจากอ้อมอกของคนอื่นเพื่อก้าวเดินด้วยตนเองแล้ว จะมีชีวิตของตัวเองได้อย่างไร นอกจากเป็นเพียงเครื่องประดับของบุคคลตลอดไป”

ส่วนของ อจ.ชาญวิทย์ ว่า “เคยทักท้วงเรื่อง ‘นิรโทษกรรม เหมาเข่ง’ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ พรรคเพื่อไทยสมัย นรม. ยิ่งลักษณ์ก็ไม่สนครับ แล้วเดินหน้าไป จนพัง” และ

“ผมและเพื่อนๆ หลายสาขาอาชีพ จำนวน ๒-๓ หมื่น คน/รายชื่อ ยื่นเรื่องต่อสภาฯ ที่พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ให้ปฏิรูป กม.หมิ่นฯ ๑๑๒

ประธานสภาฯ ที่มาจากพรรคเพื่อไทยเตะเรื่องเราทิ้ง บอกว่าพวกเราทำไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ถูกฉีกทิ้งไปแล้ว)”

ใครจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นดี กับข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ มากหรือน้อยกว่ากันหรือไม่แค่ไหน ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแห่งกาลเวลาอันเป็นจุดเด่นขณะนี้ ที่เป็นความรู้สึกว่า

การแตกความคิดต่างความเห็น ทั้งระหว่างขั้วและภายในขั้ว มันแจ้งชัดขึ้นทุกทีว่าเกินกว่าจะอยู่ร่วมกันได้ หรือไม่สามารถ ‘get along’ อีกต่อไป ละฤๅ

(หมายเหตุ บางภาพประกอบจากโพสต์ของ ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’)

หยุดทำร้ายพุทธศาสนา... ชาวพุทธในชิคาโก เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดทำร้ายพุทธศาสนา และยกเลิก ม.44 ในใจกลางเมือง และ ณ สถานกงสุลไทยในเมืองชิคาโก













ชาวพุทธในชิคาโกชูป้าย เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดทำร้ายพุทธศาสนา และขอให้ยกเลิก ม.44 ในใจกลางเมืองชิคาโก และ ณ สถานกงสุลไทย


และในวันอาทิตย์ที่ 26 กพ. นี้ ผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม นัดเจอกันที่วัดธรรมกาย นครชิคาโก ประมาณ 10 โมง เพื่อทำบูญอุทิศส่วนกุศลให้ลุงอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 64 ปี ผู้เสียชีวิตจากการผูกคอตาย เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก ม.44 รังแกธรรมกาย

 6224 W. Gunnison St., Chicago, IL


หลักฐานชิ้นสำคัญ (เทปแถลงวันที่ 17 ก.พ. 60 ) ดีเอสไอแถลงยุติปฏิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย หลังค้นมาตลอด 2 วัน ไม่พบพระธัมมชโย เตรียมปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ - แล้วทำไมยังไม่หยุด!?!




ดีเอสไอแถลงยุติปฏิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย หลังไม่พบพระธัมมชโย


2017/02/17 7:17 PM
ที่มา สำนักข่าวไทย

ปทุมธานี 17 ก.พ.-ดีเอสไอแถลงยุติปฏิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย หลังค้นมาตลอด 2 วัน ไม่พบพระธัมมชโย เตรียมปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ ส่วนคำถามพระธัมมชโยหลบหนีไปอยู่ที่ใด เจ้าหน้าที่ยังตอบไม่ชัดเจน ซึ่งต้องสืบสวนต่อไป

ไทม์ไลน์เปิดปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นวัดพระธรรมกาย







พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ว่าจากการตรวจค้นตลอด 2 วัน โดยกำลังกว่า 3,000 นาย ค้นทุกอาคารและทุกห้องทั่วทั้งวัดไม่พบพระธัมมชโย แต่พบอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะตู้ไฮเปอร์แบริค ในห้องที่เคยเป็นที่รักษาตัวของผู้ต้องหา บริเวณอาคารดาวดึงส์ ทำให้เป็นข้อสงสัย เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวใช้รักษามนุษย์กบที่เป็นโรคเกี่ยวกับความดัน ไม่ใช่รักษาโรคเนื้อเยื่อตามที่ทางวัดเคยกล่าวอ้าง จึงอายัดอาคารดังกล่าว พร้อมควบคุมพื้นที่ห้ามเข้าออกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ







ขณะนี้จึงถือว่าการปฏิบัติการค้นในวัดจบสิ้นแล้ว แต่ยังคงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยจะปรับลดกำลังตามสถานการณ์ ส่วนปฏิบัติการค้นนอกวัดยังดำเนินการอยู่ เนื่องจากยังมีพื้นที่ต้องสงสัยหลบซ่อนตัวของผู้ต้องหา

ส่วนประเด็นสังคมตั้งคำถามหนักว่า หากไม่พบพระธัมมชโย ในวัดจะทำอย่างไร รองโฆษกดีเอสไอชี้แจงว่า การค้นครั้งนี้เท่ากับเป็นการคลายข้อสงสัย และเกิดความชัดเจนว่า ผู้ต้องหาไม่อยู่ในวัด ส่วนจะหลบหนีไปอยู่ที่ใด ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวน.-สำนักข่าวไทย

ooo


หวังว่าคลิปวิดีโอนี้จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ หวังว่าสำนักข่าวทุกช่องที่ได้ไปทำข่าวนี้ อย่าลบเทปนี้น่ะครับ สำคัญจริงๆ

(เทปแถลงวันที่ 17 ก.พ. 60 )-ดีเอสไอแถลงยุติปฏิบัติการค้นวัดพระธรรมกาย หลังค้นมาตลอด 2 วัน ไม่พบพระธัมมชโย เตรียมปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ ส่วนคำถามพระธัมมชโยหลบหนีไปอยู่ที่ใด เจ้าหน้าที่ยังตอบไม่ชัดเจน ซึ่งต้องสืบสวนต่อไป

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ว่าจากการตรวจค้นตลอด 2 วัน โดยกำลังกว่า 3,000 นาย ค้นทุกอาคารและทุกห้องทั่วทั้งวัดไม่พบพระธัมมชโย แต่พบอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะตู้ไฮเปอร์แบริค ในห้องที่เคยเป็นที่รักษาตัวของผู้ต้องหา บริเวณอาคารดาวดึงส์ ทำให้เป็นข้อสงสัย เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวใช้รักษามนุษย์กบที่เป็นโรคเกี่ยวกับความดัน ไม่ใช่รักษาโรคเนื้อเยื่อตามที่ทางวัดเคยกล่าวอ้าง จึงอายัดอาคารดังกล่าว พร้อมควบคุมพื้นที่ห้ามเข้าออกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

***ขณะนี้จึงถือว่าการปฏิบัติการค้นในวัดจบสิ้นแล้ว*** แต่ยังคงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยจะปรับลดกำลังตามสถานการณ์ ส่วนปฏิบัติการค้นนอกวัดยังดำเนินการอยู่ เนื่องจากยังมีพื้นที่ต้องสงสัยหลบซ่อนตัวของผู้ต้องหา

ส่วนประเด็นสังคมตั้งคำถามหนักว่า หากไม่พบพระธัมมชโย ในวัดจะทำอย่างไร รองโฆษกดีเอสไอชี้แจงว่า การค้นครั้งนี้เท่ากับเป็นการคลายข้อสงสัย และเกิดความชัดเจนว่า ผู้ต้องหาไม่อยู่ในวัด ส่วนจะหลบหนีไปอยู่ที่ใด ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวน.-สำนักข่าวไทย


ที่มา เพจ

กล้าตะวัน

ooo





เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น
ถ้าไม่มี ม.44

ลุงยอมเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก...

เพื่อร้องขอให้คสช.ยกเลิกมาตรา 44
ทันทีที่ได้ยินข่าว...คิดว่าลุงไม่น่าทำแบบนี้เลย วิธีอื่นยังมีอีกเยอะ

ถึงตอนนี้..ขอให้ข่าวการสละชีวิตของลุง ได้ไปสกิดใจนายกตู่ให้คิดที่จะยกเลิกม.44 สมปรารถนาของลุงด้วยเถิด

นี้คงเป็นวิบากกรรมฆ่าตัวตายของลุง

ที่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติมา

จึงบังคับให้ลุงตัดสินใจแบบนี้

ขออุทิศบุญกุศลให้ลุง
จงไปสู่สุคติเถิด

กล้าตะวัน

.....


ล่าสุดลุงคนนี้ได้เสียชีวิตลงแล้ว...

ประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
คนจะฆ่าตัวตายแทนที่จะช่วยกันห้ามปราม กลับสนับสนุนเชียร์ส่งกันอย่างสนุกสนาน จิตใจคนพวกนี้ทำด้วยอะไร

ลุงเป็นใครและคิดอย่างไรจึงตัดสินใจทำแบบนั้น เรายังไม่รู้แน่ชัด ที่รู้ๆ หลวงพ่อคอยพร่ำสอนลูกๆ อยู่เสมอว่าการฆ่าตัวตายเป็นบาปมาก ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาชีวิตมากมายแค่ไหน ก็ให้อดทนเข้าไว้ รักษาใจให้ใสใส เดี๋ยวปัญหาทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปได้

ขอให้ดวงวิญญาณของลุงจงไปสู่สุคติเถิด

กล้าตะวัน


ฝากถึงชาวพุทธที่ไม่ใช่ธรรมกาย ด้วยรักและห่วงใย ฟังสิ ด้วยสติ และไตร่ตรอง



https://www.facebook.com/Lookphradham/videos/1218979174864280/


สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ มหิดล ออกแถลงการณ์กลางดึก ร้องยุติ ม.44 ชี้ “พร่ำเพรื่อ-เผด็จการ-ขาดหลักนิติธรรม”





สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ มหิดล ออกแถลงการณ์กลางดึก ร้องยุติ ม.44 ชี้ “พร่ำเพรื่อ-เผด็จการ-ขาดหลักนิติธรรม”


25 ก.พ. 60
มติชนออนไลน์

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 23.00 น. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาเรียกร้องให้คสช. ยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เนื้อหามีดังนี้


จากกรณีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560 ในรอบหนึ่งเดือน ได้แก่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่ง 4/2560 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 105/2557 คำสั่ง 5/2560 เรื่อง มาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย คำสั่ง 6/2560 เรื่อง การแต่งตั้งนายกเมืองพัทยา คำสั่ง 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ คำสั่ง 8/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น คำสั่ง 9/2560 เรื่อง การดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ คำสั่ง 10/2560 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย คำสั่ง 11/2560 เรื่อง การกำกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ และคำสั่ง 12/2560 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตําแหน่ง นั้น

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เห็นว่า


1. การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560 ในลักษณะดังกล่าวมีความพร่ำเพรื่อและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันควรที่จะใช้อำนาจตามมาตราดังกล่าว อีกทั้ง ในหลายกรณีรัฐบาลและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ยังสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการตามกฎหมายทั่วไปหรือขั้นตอนตามกฎหมายปกติได้

2. การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560 เป็นการใช้อำนาจที่เผด็จการและขัดกับหลักนิติธรรม ถึงแม้ว่าการใช้อำนาจตามมาตราดังกล่าวจะเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุลและขาดความชอบธรรมในกระบวนการออกฎหมาย

3. ขอเรียกร้องให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา

25 ก.พ. 2560





PROTESTER COMMITS SUICIDE OUTSIDE WAT DHAMMAKAYA




A man holds a banner on a cellphone tower Saturday night to protest the raid on Wat Dhammakaya. He later hanged himself.


PROTESTER COMMITS SUICIDE OUTSIDE WAT DHAMMAKAYA


By Sasiwan Mokkhasen, Staff Reporter
February 25, 2017
Source: Khaosod English

PATHUM THANI — A man hanged himself Saturday night from a cellphone tower outside Wat Dhammakaya to protest the junta and ongoing siege of the temple.

The unidentified man, who appeared to be in his 60s, had climbed the 30-meter tower near the temple at about 6pm. He threatened to kill himself if the junta did not revoke its use of Article 44, which enabled the ongoing search by 9pm.

“Monks, novices, elders are being bullied in many ways,” read a banner he displayed. ”It’s tough for good people to live in this society today.”

Police, military officers and monks tried unsuccessfully to convince him to come down. He hanged himself using a rope at about 9pm.

Before that he seemed willing to come down and climbed almost halfway down before changing his mind.

A temple spokesperson has so far denied he was a temple follower and said the temple does not approve of his actions.

The temple is been encircled by law enforcement for about two weeks in an attempt to capture fugitive former abbot Dhammachayo, who is wanted on charges relating to money laundering.